หน้าแรก Home arrow สารบัญข่าว arrow ถาม - ตอบ เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน 
ถาม - ตอบ เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน PDF พิมพ์ ส่งอีเมล์
เขียนโดย ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตาม พรบ.   
Monday, 30 June 2008

เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

จาก http://www.dsd.go.th/index.php?option=com_easyfaq&Itemid=219

 


การติดต่อขอขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเมื่อลูกจ้างครบ 100 คน ต้องดำเนินการอย่างไร ภายในกี่วัน และจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ตอบ
เมื่อผู้ประกอบ กิจการมีลูกจ้างครบ 100 คน ให้ติดต่อขึ้นทะเบียนผู้ประกอบกิจการกับหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ณ จังหวัดที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ภายใน 30 วัน
เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน
    * (1) แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบกิจการ (สท.1)
    * (2) แบบแจ้งบัญชีรายชื่อลูกจ้าง (สท.4)
    * (3) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลพร้อมวัตถุประสงค์
    * (4) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือ สำเนาใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.20)
    * (5) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4)
    * (6) หนังสือมอบอำนาจ (เฉพาะกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน พร้อมติดอากรแสตมป์ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด)
    * (7) แผนที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ  


 
 เงินที่สถานประกอบกิจการส่งเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานนำไปใช้อะไร

ตอบ  
  กฎหมายกำหนดให้ใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
 * (1) ให้ผู้รับการฝึกกู้ยืม
 * (2) ให้ ผู้ดำเนินการฝึก ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และผู้ประกอบกิจการ เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือการทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงาน
 * (3) ช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด  
 * (4) ใช้จ่ายในการบริหารกองทุน  
 การให้เงินกู้ยืม ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากมีการแก้ไขระเบียบว่าด้วยการให้กู้ยืมเงินฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
 การให้เงินช่วยเหลืออุดหนุน ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กำหนดให้ดำเนินการช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบกิจการที่ส่งเงินสมทบภาย ในเวลาที่กำหนดในปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้ แก่ลูกจ้างของตนในปีที่ขอ โดยให้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินสมทบที่จ่ายสมทบ เข้ากองทุนในปีนั้นๆ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเสนอประกาศในราชกิจจานุเบกษา


 
 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีมาตรการอย่างไรกับสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว (ไม่ยอมจ่ายเงินสมทบ)

ตอบ
ใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 57 ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกอบกิจการนั้น แล้วดำเนินการขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระเงินสมทบและเงินเพิ่มหรือฟ้องศาล ปกครองเพื่อบังคับชำระเงินต่อไป



 ถ้า หากบริษัทไม่จัดฝึกอบรมเลย โดยยอมส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ในสัดส่วนที่ไม่ได้ฝึกร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมดเป็นประจำทุกปี บริษัทจะได้รับผลกระทบอย่างใดบ้าง

ตอบ  
ไม่มีผลกระทบทางกฎหมาย แต่ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ไม่ต้องการเก็บเงินจากผู้ประกอบกิจการ แต่ต้องการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการจัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้แก่ลูกจ้าง มากกว่า เพราะถ้าจัดฝึกอบรมแล้วผู้ประกอบกิจการจะได้รับประโยชน์จากการที่ลูกจ้างมี ความรู้ความสามารถทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพสามารถแข่งขันกับตลาดได้ และยังสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมไปยกเว้นภาษีเงินได้กับกรม สรรพากรเป็นจำนวน 2 เท่า



 จำนวนลูกจ้างที่จะนำตัวเลขมาใช้คำนวณในแต่ละเดือนนั้น อ้างอิงตามตัวเลขที่ส่งประกันสังคมได้หรือไม่

ตอบ
ที่ถูกต้องใช้จำนวนลูกจ้างจากทะเบียนลูกจ้างของสถานประกอบกิจการนั้นๆ สำหรับตัวเลขของประกันสังคมเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบในการตรวจสอบเท่านั้น แต่ถ้าจำนวนลูกจ้างที่ส่งสำนักงานประกันสังคมตรงกับจำนวนที่ปรากฏในทะเบียนลูกจ้างก็ได้



 การยื่นแบบประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน จะต้องยื่นเมื่อใด และจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ตอบ
กฎหมาย กำหนดให้ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปทุกปี และเอกสารที่ใช้ ประกอบด้วย แบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (สท.2)  แบบรายงานการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน (สท.2-1)  และสำเนาแบบ สปส. 1-10 (ส่วนที่ 1)



 กรณีบริษัทปิดกิจการแล้ว ต้องทำอย่างไรบ้าง

ตอบ
ถ้า ในปีนั้นยังมีการจ้างงานอยู่ กล่าวคือ ยังมีการจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง ก็ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมในสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด และต้องยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายในเดือน กุมภาพันธ์ของปีถัดไปทุกปี โดยคิดจากเดือนมกราคมถึงเดือนที่ปิดกิจการ



 กรม พัฒนาฝีมือแรงงานทราบได้อย่างไรว่า ผู้ประกอบการมีลูกจ้างครบตามกำหนด (100 คนขึ้นไป) และมีวิธีการดำเนินการกับสถานประกอบนั้น ๆ อย่างไร

ตอบ  
 * (1) ตรวจสอบข้อมูลจำนวนลูกจ้างจากสำนักงานประกันสังคม และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  
 * (2) ผู้ ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ถ้าไม่จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานน้อย กว่าสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ โดยคำนวณจากจำนวนลูกจ้างที่ไม่จัดให้มีการฝึกอบรมหรือจัดให้มีการฝึกอบรมแต่ น้อยกว่าสัดส่วนที่กำหนด และให้ยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายในเดือน กุมภาพันธ์ของปีถัดไปทุกปี ถ้ายื่นเกินเวลาที่กำหนดต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง
 * (3) ถ้าผู้ประกอบกิจการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จะใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกอบกิจการนั้นแล้วดำเนินการขายทอดตลาดเพื่อนำมาชำระเงินสมทบและเงินเพิ่ม หรือฟ้องศาลปกครองเพื่อบังคับชำระเงินต่อไป



ในกรณีมีพนักงาน 120 คน ยังไม่ได้ยื่นเรื่องเงินสมทบ และมีการฝึกอบรมไม่ครบ ไม่ทราบว่าจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 หรือไม่

ตอบ  
ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ถ้าไม่จัดให้มีการการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน แต่น้อยกว่าสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด หากยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายหลังเดือน กุมภาพันธ์ของปีถัดไปทุกปี จะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง (การคิดจำนวนเดือนค้างชำระ ถ้าจำนวนวันตั้งแต่ 15 วันขึ้นไปให้คิดเป็น 1 เดือน ถ้าจำนวนวันน้อยกว่า 15 วันให้ปัดทิ้ง)



 นาย ก. เป็นเจ้าของร้านอาหาร ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่มีลูกจ้างจำนวน 102 คน

ตอบ
นาย ก. มีลูกจ้าง 102 คน ซึ่ง อยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ดังนั้น ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานแต่และปีในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ถ้าจัดให้มีการฝึกอบรมครบตามสัดส่วนที่กำหนดก็ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ต้องยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายในเดือน กุมภาพันธ์ของปีถัดไปทุกปี แต่ถ้าไม่จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือจัดให้มีการฝึกอบรมแต่น้อยกว่า สัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ต้องยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ (กำหนดเดือนละ 3,990 บาท ) โดยคำนวณจากจำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามสัดส่วน ที่กำหนด
 

 
 การนับจำนวนลูกจ้าง 50 % ในการคำนวณเงินสมทบ รวมถึงที่ปรึกษา (ที่บริษัทจ่ายเงินเดือน) ด้วยหรือไม่

ตอบ
รวมด้วย เนื่องจากพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 บัญญัตินิยามคำว่า "ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บัญญัตินิยามคำว่า "ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร



การจ่ายเงินสมทบ กรณีจ่ายเป็นเช็ค ให้สั่งจ่ายใคร

ตอบ
กรณีจ่ายเงินสมทบที่กรุงเทพมหานคร ให้สั่งจ่าย "กองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน" หรือ "ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร" ชื่อบัญชี "เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานบัญชีที่ 2" และขีดคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก" แล้วแต่กรณี โดยให้ดูสถานที่จ่ายเงินเป็นหลัก
กรณีจ่ายเงินสมทบที่ต่างจังหวัด ให้สั่งจ่าย "สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค..." หรือ "ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด..." ชื่อบัญชี  "เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด.....บัญชีที่ 2" และขีดคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก" แล้วแต่กรณี โดยให้ดูสถานที่จ่ายเงินเป็นหลัก



 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะตรวจสอบอย่างไรว่าสถานประกอบการนั้นจัดฝึกอบรมแล้ว

ตอบ
สำหรับ ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ซึ่งอยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน จะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมแต่ละปีในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด โดยผู้ประกอบกิจการจะดำเนินการจัดฝึกอบรมเองหรือส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมภายนอก ก็ได้ แต่ต้องส่งหลักสูตรและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรม (ถ้ามี) ให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจึงจะนำจำนวน ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมไปประเมินเงินสมทบได้ และจะต้องรายงานผลการฝึกอบรมของปีที่ผ่านมาในแบบรายงานการฝึกอบรมฝีมือแรง งาน (สท.2-1)



 บริษัท จัดตั้งประมาณ 3 ปีมาแล้ว แต่ยังไม่เคยฝึกอบรมให้พนักงานเลย ถ้าพนักงานเกิน 100 คน (จะต้องชำระหรือจ่ายเงินสมทบย้อนหลังอย่างไร)

 ตอบ
เงิน สมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 เป็นต้นมา ดังนั้น ถ้าผู้ประกอบกิจการมีลูกจ้างถึง 100 คน ก็ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมแต่ละปีในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ถ้าปีใดไม่ฝึกอบรมเลยก็ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ โดยคำนวณจากจำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้ฝึกอบรม คือ 50 % ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปี และถ้าจ่ายเงินสมทบเกินเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่งด้วย



 ถ้า รอบปีภาษีของบริษัทเป็นอย่างอื่น เช่น กรกฎาคม ชน มิถุนายน จะต้องทำอย่างไร ทั้งในเรื่องของการรับรองหลักสูตรและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และการยื่นแบบประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

ตอบ
การยื่นคำขอรับรองหลักสูตรและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรม เพื่อนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้กับกรมสรรพากร
    * (1) กรณี ดำเนินการฝึกอบรมเอง ผู้ประกอบกิจการจะต้องส่งหลักสูตรและหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรม (ถ้ามี) ให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาให้ความเห็นชอบให้เสร็จสิ้นก่อน สิ้นรอบปีภาษี เพื่อนำหลักฐานการรับรองหลักสูตรไปประกอบการขอยกเว้นภาษีเงินได้กับกรม สรรพากร
    * (2) กรณี ส่งไปฝึกอบรมภายนอก ให้นำหลักฐานค่าใช้จ่ายที่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานเรียกเก็บไป ขอยกเว้นภาษีเงินได้กับกรมสรรพากรโดยตรง ไม่ต้องส่งให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณา  

การประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานคำนวณ ตามปีปฏิทิน ดังนั้น ให้นำจำนวนลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคมของปีนั้น และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมแล้วมา คำนวณเงินสมทบ ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องดำเนิน การฝึกอบรมและส่งหลักสูตรให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาให้ความ เห็นชอบให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม เพื่อนำจำนวนลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมไปประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรง งานภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ถ้าในปีนั้นฝึกอบรมครบสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ก็ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ถ้าฝึกอบรมไม่ครบก็ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ตามจำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมตามสัดส่วนที่กำหนด



 กรณีบริษัทปิดกิจการ ต้องทำอย่างไรบ้าง

ตอบ
    * (1) แจ้ง การปิดกิจการภายใน 30 วัน ต่อหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่จังหวัดที่ผู้ประกอบกิจการยื่น แบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยใช้แบบแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของผู้ประกอบกิจการ (สท.8)
    * (2) ถ้า ปิดกิจการในระหว่างปี ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ตามระยะเวลาที่ดำเนินกิจการอยู่ของปีนั้น นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ปิดกิจการ และ ส่งหลักสูตรการฝึกอบรมให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาให้ความเห็น ชอบ เพื่อนำจำนวนลูกจ้างที่ได้รับการฝึกอบรมไปประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงาน
    * (3) ยื่น แบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยคำนวณเงินสมทบตามระยะเวลาที่ดำเนินกิจการของปีนั้น นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ปิดกิจการ



พนักงานบริษัทเป็น PC ตามห้างต่างๆในประเทศ อยู่ภายใต้กฎหมายนี้หรือไม่

ตอบ
พนักงาน PC ถือ เป็นลูกจ้างของนายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ดังนั้น ถ้าผู้ประกอบกิจการมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ก็อยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด



 การรายงานบัญชีรายชื่อลูกจ้างทำครั้งแรกพร้อมขึ้นทะเบียนครั้งเดียวถูกหรือไม่

ตอบ
บัญชี รายชื่อลูกจ้างทำครั้งเดียวตอนขึ้นทะเบียน (แบบ สท.4) สำหรับในปีต่อๆ ไป เวลายื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานให้แจ้งเฉพาะจำนวน ลูกจ้างปัจจุบัน ณ วันที่ยื่น โดยกรอกข้อมูลลงในด้านหลังของแบบ สท.2



 การอบรม หลักสูตร In - house Training ที่มีค่าใช้จ่ายเป็นบิลเงินสด (ไม่สามารถลดหย่อนภาษีของกรมสรรพากร) แต่ผ่านการรับรองหลักสูตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วมีผลต่อการนับหัวใน  การอบรมเพื่อนำไปประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้หรือไม่ ในกรณีที่ไม่สามารถ

ตอบ
ผู้ ประกอบกิจการที่ดำเนินการจัดให้มีการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตนในแต่ละปี และได้ส่งหลักสูตรการฝึกอบรมให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาให้ ความเห็นชอบแล้ว ถึงแม้ไม่ประสงค์จะนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้กับกรมสรรพากรก็ตาม ผู้ประกอบกิจการสามารถนำจำนวนผู้รับการฝึกดังกล่าวมาคำนวณเงินสมทบกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงานได้ แต่ทั้งนี้ผู้รับการฝึกต้องเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมจริงในปีนั้นและกรม พัฒนาฝีมือแรงงานให้ความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมแล้ว



 ถ้า สาขามีจำนวนพนักงานมากกว่าสำนักงานใหญ่ (เกิน 100 คน) สาขาสามารถเป็นผู้ยื่นขออนุมัติหลักสูตร และยื่น/ส่งเงินสมทบแทนสำนักงานใหญ่ได้หรือไม่ (กรณีสาขาอยู่ต่างจังหวัด สำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพ ฯ และมีพนักงานไม่ถึง 100 คน)

ตอบ
การยื่นรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม ให้ยื่น ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ หรือสาขาของสถานประกอบกิจการที่เป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม กล่าวคือ ให้ดูว่าดำเนินการฝึกอบรมในจังหวัดใดก็ให้ยื่นรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมกับหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น
การยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ยื่น ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ กรณีที่สำนักงานใหญ่ประสงค์จะให้สำนักงานสาขาเป็นผู้ยื่นแบบ สท.2 และส่งเงินสมทบแทน ให้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ว่าจะให้สาขาใดเป็นผู้ดำเนินการแทนต่อหน่วยงาน ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ และเมื่อสำนักงานสาขายื่นแบบ สท.2 ให้สำเนาหนังสือดังกล่าวแจ้งหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดที่ เป็นที่ตั้งของสำนักงานสาขาทราบด้วย
      การมอบอำนาจ ให้ สำนักงานสาขาเป็นผู้ดำเนินการยื่นแบบ สท.2 และส่งเงินสมทบแทน ให้มอบสาขาใดสาขาหนึ่งเท่านั้น จะมอบหลายสาขาไม่ได้ เนื่องจากการคำนวณเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องนำลูกจ้างของทุกสาขา หรือลูกจ้างที่ทำงานในท้องที่อื่นมานับรวมกัน ดังนั้น แต่ละสาขาจะแยกยื่นแบบ สท.2 ไม่ได้
  

 
 การยื่นขอกู้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจะทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง และอัตราดอกเบี้ยเท่าไร ใช้เวลากู้นานเท่าไร

ตอบ
ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2547 กำหนดให้บุคคลต่อไปนี้สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุน เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
1. ผู้รับการฝึก
2. ผู้ดำเนินการฝึก
3. ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน
4. ผู้ประกอบกิจการ
   ทั้งนี้การให้กู้ยืมเงินกองทุนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานว่าด้วยการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2547 ขณะ นี้ยังไม่ได้ดำเนินการให้เงินกู้ยืม เนื่องจากมีการปรับปรุงแก้ไขระเบียบดังกล่าว ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงแรงงานแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบ


 
 บริษัท มีพนักงาน 95 คนมาตลอดทั้งปีตามอัตรากำลังของบริษัท แต่ในช่วงเดือนธันวาคมของปี 2550 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านพนักงานเข้า - ออก ทำให้มีพนักงาน 100 คน ซึ่งไม่สามารถจัดอบรมพนักงานร้อยละ 50 ได้ทัน กรณีนี้จะต้องจ่ายเงินสมทบแล้วใช่หรือไม่ แม้ว่าปี 2551 ตั้ง

ตอบ
    * (1) ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างครบ 100 คนขึ้นไป อยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน  ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545
    * (2) ผู้ประกอบกิจการใดมีลูกจ้างครบ 100 คนมาแล้วแม้ภายหลังจะมีลูกจ้างไม่ถึง 100 คนก็ตาม ยังคงอยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ในปี 2551 ถึงแม้จะมีลูกจ้างเหลือไม่ถึง 100 คนก็ตาม ผู้ประกอบกิจการก็ยังคงต้องจัดให้มีการฝึกอบรมในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด โดยคำนวณจากร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ย (ลูกจ้างเฉลี่ย คำนวณจาก จำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม หารด้วย 12
    * (3) ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ถ้าจัดให้มีการฝึกอบรมครบตามสัดส่วนที่กำหนดก็ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่ต้องยื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปทุกปี
    * (4) ผู้ประกอบกิจการไม่จำเป็นต้องเริ่มดำเนินการจัดฝึกอบรมเมื่อถึงวันที่มีลูกจ้างครบ 100 คน เนื่องจาก ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างไม่ถึง 100 คน ถ้าจัดให้มีการฝึกอบรมก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนร้อยละร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 ทั้งนี้ ผู้ประกอบกิจการต้องส่งหลักสูตร และรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมให้หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ความเห็นชอบก่อน เพื่อนำไปประกอบการยกเว้นภาษีเงินได้กับกรมสรรพากร และในรอบปีปฏิทินนั้น ถ้าผู้ประกอบ      กิจการได้จัดให้มีการฝึกอบรมมาก่อนถึงวันที่มีลูกจ้างครบ 100 คน ก็สามารถนำจำนวนผู้รับการฝึกมาประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ผู้รับการฝึกต้องได้รับความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว
 

 
 พนักงานประจำมีไม่ถึง 100 คน แต่มีพนักงานชั่วคราว 200 กว่าคนที่ทำงานเป็น Job ถือว่ามีจำนวนลูกจ้างสองร้อยกว่าคนหรือไม่?

ตอบ
    * (1) ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ไม่ได้กำหนดว่าเป็นลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราว  แต่  "ลูกจ้าง" ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
    * (2) พนักงาน ประจำและพนักงานชั่วคราว ถ้าเป็นลูกจ้างของนายจ้างเดียวกัน ก็ถือว่านายจ้างนั้นมีลูกจ้างมากกว่า 100 คน ซึ่งอยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่ถ้าพนักงานชั่วคราวเป็นลูกจ้างของบริษัท Subcontract ก็ถือว่านายจ้างดังกล่าวมีลูกจ้างไม่ถึง 100 คน  
 

 
  ใน กรณีที่บริษัทเปิดดำเนินการประมาณ วันที่ 30 กันยายน 2548 มีพนักงานครบ 100 คน แต่ไม่มีการฝึกอบรมจะต้องจ่ายเงินสมทบปี 2548 หรือไม่?

ตอบ
  พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 เริ่มบังคับให้ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ซึ่งอยู่ในข่ายบังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ดัง นั้น ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับ ถ้าไม่จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามสัดส่วนที่กำหนดต้องส่งเงินสมทบเข้า กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ โดยคำนวณจากจำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามส่วนที่ กำหนด และถ้ายื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบเกินเวลาที่กำหนดต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง ดังนั้น ผู้ ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างครบ 100 คน ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2548 ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด นับแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2549 แต่ถ้าไม่จัดให้มีการฝึกอบรมเลยก็ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ตามจำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้ฝึกอบรมตามสัดส่วนที่กำหนด และต้องจ่ายเงินสมทบประจำปี 2548 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ซึ่งขณะนี้เลยเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ผู้ประกอบกิจการต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2549 ถึงวันที่ชำระเงินเสร็จสิ้น
 

     กรณีบริษัทถูกซื้อกิจการเดือนกันยายน 2549 เป็นบริษัทใหม่ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2549 ถึงปัจจุบัน จะคิดอย่างไร?

ตอบ
  การคำนวณเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้คำนวณตามปีปฏิทินในช่วงเวลาที่ดำเนินกิจการอยู่ในปีนั้นๆ ดังนี้
    * (1) บริษัทที่ถูกซื้อ ปี 2549 ให้คำนวณเงินสมทบตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2549
    * (2) บริษัทใหม่ ปี 2549 ให้คำนวณเงินสมทบตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2549 สำหรับปีต่อไป ให้คำนวณตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม





แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 03 July 2008 )
 
ถัดไป >
Free template "Frozen New Year" by [ Anch ] Gorsk.net Studio. Please, don't remove this hidden copyleft! You have got this template gratis, so don't become a freak.